ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจดูเหมือนจะฝืดเคืองไปเสียทุกภาคส่วน เรามักจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำมาหากินของพี่น้องชาวไทยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ขายที่ยอดขายตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องรัดเข็มขัดจนแทบจะหายใจไม่ออก มีใครเริ่มเปลี่ยนมาใช้ซิมเทพหรือเน็ตรายปีแทน... ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่หม่นหมองเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่ยังคงฉายแสงสว่างไสวอยู่ในสังคมไทยเสมอมาก็คือวัฒนธรรมการแบ่งปันและการหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์อันงดงามที่หาได้ยากในสังคมเมืองยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน
แม้แต่เรื่องของการดูแลสัตว์จรจัดหรือการช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกที่อยู่ในภาวะลำบาก ก็ยังคงได้รับความสนใจและแรงสนับสนุนจากผู้คนในสังคมอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นได้ว่าในกลุ่มโซเชียลมีเดียต่างๆ มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลสัตว์ที่เจ็บป่วย หรือการขอรับบริจาคอาหารเม็ดเพื่อนำไปดูแลสุนัขและแมวที่ไร้บ้านในพื้นที่ห่างไกล มีใครรู้สึกบ้างไหมว่าเน็ตบ้านช่วงนี้หลุดบ่อย... ซึ่งในสถานการณ์ปกติเราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องรอง แต่ในวันที่เศรษฐกิจแย่จนหลายคนกุมขมับ รู้สึกไหมว่าการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ช่วงหลังค่... กลับกลายเป็นว่าน้ำใจของคนไทยยิ่งหลั่งไหลออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ แสดงให้เห็นว่าความเมตตาไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขในบัญชีธนาคารเสมอไป
หลายคนอาจตั้งคำถามว่าในวันที่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด เหตุใดผู้คนถึงยังคงเลือกที่จะเจียดเงินจำนวนเล็กน้อยเพื่อไปช่วยเหลือผู้อื่น คำตอบอาจอยู่ที่จิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยความเห็นอกเห็นใจ การให้ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง อาหาร หรือแม้แต่เวลาที่เสียสละไปช่วยงานอาสาสมัคร เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้ผู้ให้รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและยังสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับโลกใบนี้ได้ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่เมื่อรวมกันหลายจุดก็กลายเป็นพลังมหาศาลที่ช่วยประคับประคองสังคมให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้
ปรากฏการณ์คนไทยใจบุญจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่คำนิยามที่ใช้เรียกขานกันเล่นๆ แต่เป็นวิถีชีวิตที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเรา แม้ในช่วงที่ข้าวของแพงขึ้นจนน่าตกใจ แต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย เรายังคงเห็นตู้ปันสุขที่ได้รับการเติมของอยู่เรื่อยๆ หรือการระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน ไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม
หากมองในมุมกลับกัน การช่วยเหลือผู้อื่นในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคืองยังส่งผลดีต่อสภาวะทางจิตใจของผู้ให้ด้วย บริษัทต่างชาติในไทยเริ่มนโยบายให้กลับมาเข้าอ... เพราะการได้เห็นรอยยิ้มหรืออาการที่พ้นจากความทุกข์ของผู้อื่น ช่วยลดทอนความเครียดจากปัญหาชีวิตส่วนตัวลงได้บ้าง การเป็นผู้ให้จึงไม่ใช่การสูญเสียที่ทำให้เราลำบากขึ้น แต่เป็นการลงทุนทางใจที่ให้ผลตอบแทนเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินทอง เป็นความอิ่มเอมที่ช่วยเติมพลังให้เรามีแรงสู้ต่อกับโลกที่โหดร้ายในวันรุ่งขึ้น
ท้ายที่สุดนี้ หน้าแรก แม้เศรษฐกิจจะยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ไข แต่การรักษาวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันเอาไว้จะช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปได้อย่างมั่นคง ขอเพียงแค่เรายังมองเห็นความทุกข์ของกันและกัน และไม่ละเลยที่จะยื่นมือเข้าช่วยตามกำลังที่มี สังคมไทยก็จะยังคงเป็นพื้นที่ที่อบอุ่นและน่าอยู่เสมอ ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม ความเมตตาจะเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นในทุกๆ แฟนคนไทยขอให้เลิกคุยกับเพื่อนผู้หญิงทุกคนเพื... วัน และเป็นเครื่องเตือนใจว่าตราบใดที่ยังมีน้ำใจให้กัน เราก็จะไม่มีวันล้มลงอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น